กล้องดิจิตอล HP Photosmart 612 เป็นกล้องดิจิตอลที่มีความละเอียดถึง 2.3 ล้านพิกเซล ทำให้ถ่ายภาพที่มีขนาดตั้งแต่ 600x400 พิกเซลไปจนถึง 1800x1200 พิกเซล คุณจึงสามารถพิมพ์ภาพถ่ายที่ประทับใจของคุณได้อย่างคมชัดมากที่สุด กล้องดิจิตอล HP 612 มาพร้อมกับเลนส์กล้องขนาด 34-68 มม. สามารถซูมเลนส์ระยะไกลได้สูงสุดถึง 2 เท่า มีระยะโฟกัสภาพ 20 ซม. ช่วยให้คุณไม่พลาดการจับภาพทุกช่วงเวลา ส่วนในเรื่องของการถ่ายภาพ HP 612 มีโหมดการวัดแสงต่างๆ ให้เลือกใช้มากมายสำหรับแต่ละสถานการณ์ เช่น Centre weighted เป็นต้น และยังปรับสมดุลแสงสีขาวได้หลายรูปแบบ เช่น Auto เป็นต้น สำหรับส่วนประกอบต่างๆ ภายนอกของ HP Photosmart 612 นั้นก็ค่อนข้างน่าสนใจ LCD ขนาด 1.8-inch ความละเอียดจอแอลซีดี unknown Pixels สามารถใช้แบตเตอรี่สำหรับกล้องดิจิตอลที่เป็น 4x AA ได้ น้ำหนักของตัวกล้องดิจิตอล HP 612 นั้น มีน้ำหนักประมาณ 227g.
| ความละเอียด | 2.30 Mpixel |
| ถ่ายต่อเนื่อง | unknown fps |
| ขนาดภาพสูงสุด | 1800x1200 |
| แฟลชภายใน | Yes |
| ขนาดภาพเล็กสุด | 600x400 |
| แฟลชภายนอก | No |
| ขนาดเซ็นเซอร์ | 1/2.6-inch |
| ชนิดแฟลชภายนอก | n/a |
| ชนิดเซนเซอร์ | CCD |
| Flash Mode | anti red-eye, auto, fill in, off |
| ตัวคูณโฟกัส | n/a |
| ชดเชยแสง | -2EV - +2EV with 1/3EV steps |
| ซูมเลนส์ | 2X |
| ถ่ายวิดีโอ | No |
| ซูมดิจิตอล | Yes |
| ถ่ายวิดีโอพร้อมเสียง | No |
| ระยะไวด์ | 34 mm |
| ขนาดวิดีโอเล็กสุด | n/a Pixels |
| ระยะเทเล | 68 mm |
| ขนาดวิดีโอใหญ่สุด | n/a Pixels |
| ระบบโฟกัสอัตโนมัติ | Yes |
| บันทึกเสียง | No |
| ระบบแมนวลโฟกัส | No |
| ช่องมองภายออพติคอล | Yes |
| ระยะโฟกัส | 20 cm |
| ช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ | No |
| ระยะมาโครโฟกัส | n/a cm |
| จอแอลซีดี | Yes |
| ความไวแสง | 100 |
| ขนาดจอแอลซีดี | 1.8-inch |
| โหมด Aperture priority | No |
| ความละเอียดจอแอลซีดี | unknown Pixels |
| รูรับแสงช่วงไวด์ | f3.6 - f6.7 |
| ตั้งเวลาถ่ายภาพ | Yes |
| รูรับแสงช่วงเทเล | f4.6 - f8.7 |
| USB | USB 1.1 |
| โหมด Shutter priority | No |
| ช่องต่อวิดีโอ | No |
| ความเร็วชัตเตอร์ | 1/4 - 1/500 |
| Firewire | No |
| ระบบวัดแสง | Centre weighted |
| Bluetooth | No |
| รองรับไฟล์ | JPEG |
| น้ำหนัก | 227g. |
| สื่อบันทึก | CompactFlash type I |
| ขนาด | 127x53x69 mm |
| สมดุลสีขาว | Auto |
| แบตเตอรี่ | 4x AA |
วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จ.ลำพูน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองลำพูน มีถนนล้อมรอบสี่ด้าน คือ ถนนอัฎฐารสทางทิศเหนือ ถนนชัยมงคลทางทิศใต้ ถนนรอบเมืองทางทิศตะวันออก และถนนอินทยงยศทางทิศตะวันตก ห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 150 เมตร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1651 ในสมัยพระเจ้าอาทิตยราช เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีระกา เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 06.00 - 18.00 น. ชาวต่างชาติเสียค่าเข้าชม 20 บาท ภายในบริเวณวัดพระธาตุหริภุญชัยมีสิ่งที่น่าสนใจคือซุ้มประตู ก่อนเข้าไปในบริเวณวัด จะผ่านซุ้มประตูฝีมือโบราณสมัยศรีวิชัย ก่ออิฐถือปูนประดับลวดลายวิจิตรพิสดาร ประกอบด้วยซุ้มยอดเป็นชั้นๆ หน้าซุ้มประตูมีสิงห์ใหญ่คู่หนึ่งยืนเป็นสง่าบนแท่นสูงประมาณ1 เมตร สิงห์คู่นี้ปั้นขึ้นในสมัยพระเจ้าอาทิตยราชเมื่อทรงถวายวังให้เป็นสังฆาราม วิหารหลวง เมื่อผ่านซุ้มประตูเข้าไปแล้ว จะเห็นวิหารหลังใหญ่เรียกว่า วิหารหลวง เป็นวิหารหลังใหญ่มีพระระเบียงรอบด้าน มีมุขออกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เป็นวิหารที่สร้างขึ้นใหม่แทนวิหารหลังเก่า ซึ่งถูกพายุพัดพังทลายไปเมื่อ พ.ศ. 2458วิหารหลวงใช้เป็นที่บำเพ็ญกุศล และประกอบศาสนกิจทุกวันพระ ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธปฏิมาใหญ่3 องค์ก่ออิฐถือปูน ลงรักปิดทองบนแท่นแก้วและมีพระพุทธปฏิมาโลหะขนาดกลางสมัยเชียงแสนชั้นต้นและชั้นกลางอีกหลายองค์ พระบรมธาตุหริภุญชัย ตั้งอยู่หลังวิหารหลวง ประดิษฐานพระเกศธาตุบรรจุในโกศทองคำ เจดีย์ประกอบด้วยฐานปัทม์ แบบฐานบัวลูกแก้วย่อเก็จ ต่อจากฐานบัวลูกแก้วเป็นฐานเขียงกลมสามชั้น ตั้งรับองค์ระฆังกลม บัลลังก์ย่อเหลี่ยม เจดีย์มีลักษณะใกล้เคียงกับพระธาตุดอยสุเทพที่จังหวัดเชียงใหม่ มีสัตถบัญชร (ระเบียงหอก ซึ่งเป็นรั้วเหล็กและทองเหลือง)2 ชั้น สำเภาทองประดิษฐานอยู่ประจำรั้วชั้นนอกทั้งทิศเหนือและทิศใต้ มีซุ้มกุมภัณฑ์ และฉัตรประจำสี่มุม หอคอยประจำทุกด้านรวม4 หอ บรรจุพระพุทธรูปนั่งทุกหอ นอกจากนี้ยังมีโคมประทีป และแท่นบูชาก่อประจำไว้เพื่อเป็นที่สักการะบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป พระบรมธาตุนี้นับเป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งในล้านนามาตั้งแต่สมัยโบราณ ในวันเพ็ญเดือน6 จะมีงานนมัสการ และสรงน้ำพระบรมธาตุทุกปี ตามประวัติกล่าวว่า เมื่อ พ.ศ. 1440 พระเจ้าอาทิตยราชกษัตริย์วงศ์รามัญผู้ครองนครลำพูนได้สร้างมณฑปครอบโกศทองคำ บรรจุพระบรมธาตุไว้ภายในและมีการสร้างเสริมกันต่อมาอีกหลายสมัย ต่อมาใน พ.ศ. 1986 พระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ได้ปฏิสังขรณ์บูรณะเสริมองค์พระเจดีย์ขึ้นใหม่เป็นแบบลังกา ซึ่งปรากฏอยู่ในปัจจุบันนี้ ทั้งนี้เพราะในสมัยพระเจ้าติโลกราชได้มีการติดต่อสัมพันธ์กับลังกา พระสุวรรณเจดีย์ หรือ ปทุมวดีเจดีย์ ตั้งอยู่ทางขวาของพระบรมธาตุ สร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 17 โดยพระนางปทุมวดี อัครมเหสีของพระเจ้าอาทิตยราช ภายหลังจากสร้างพระบรมธาตุเสร็จได้4 ปี พระสุวรรณเจดีย์องค์นี้เป็นทรงปรางค์ ๔ เหลี่ยม ฝีมือช่างละโว้ มีพระพุทธรูปประจำซุ้ม ฝีมือแบบขอมปรากฏให้เห็นอยู่บ้าง ยอดพระเจดีย์มีทองเหลืองหุ้มอยู่ ภายใต้ฐานล่างเป็นกรุบรรจุพระเครื่อง