กล้องดิจิตอล HP Photosmart 733 เป็นกล้องดิจิตอลที่มีความละเอียดถึง 3.2 ล้านพิกเซล ทำให้ถ่ายภาพที่มีขนาดตั้งแต่ 640x480 พิกเซลไปจนถึง 2048x1542 พิกเซล คุณจึงสามารถพิมพ์ภาพถ่ายที่ประทับใจของคุณได้อย่างคมชัดมากที่สุด กล้องดิจิตอล HP 733 มาพร้อมกับเลนส์กล้องขนาด สามารถซูมเลนส์ระยะไกลได้สูงสุดถึง -1 เท่า ช่วยให้คุณไม่พลาดการจับภาพทุกช่วงเวลา ส่วนในเรื่องของการถ่ายภาพ HP 733 มีโหมดการวัดแสงต่างๆ ให้เลือกใช้มากมายสำหรับแต่ละสถานการณ์ เช่น Centre weighted, Spot เป็นต้น และยังปรับสมดุลแสงสีขาวได้หลายรูปแบบ เช่น Auto, Daylight, Fluorescent, Incandescent, Sunny เป็นต้น สำหรับส่วนประกอบต่างๆ ภายนอกของ HP Photosmart 733 นั้นก็ค่อนข้างน่าสนใจ LCD ขนาด 1.5-inch ความละเอียดจอแอลซีดี unknown Pixels สามารถใช้แบตเตอรี่สำหรับกล้องดิจิตอลที่เป็น 2x AA ได้ น้ำหนักของตัวกล้องดิจิตอล HP 733 นั้น มีน้ำหนักประมาณ 289g.
| ความละเอียด | 3.20 Mpixel |
| ถ่ายต่อเนื่อง | unknown fps |
| ขนาดภาพสูงสุด | 2048x1542 |
| แฟลชภายใน | Yes |
| ขนาดภาพเล็กสุด | 640x480 |
| แฟลชภายนอก | No |
| ขนาดเซ็นเซอร์ | 1/2.7-inch |
| ชนิดแฟลชภายนอก | n/a |
| ชนิดเซนเซอร์ | CCD |
| Flash Mode | anti red-eye, auto, fill in, off |
| ตัวคูณโฟกัส | n/a |
| ชดเชยแสง | -2EV - +2EV in 1/2EV steps |
| ซูมเลนส์ | Yes |
| ถ่ายวิดีโอ | Yes |
| ซูมดิจิตอล | Yes |
| ถ่ายวิดีโอพร้อมเสียง | Yes |
| ระยะไวด์ | unknown mm |
| ขนาดวิดีโอเล็กสุด | unknown Pixels |
| ระยะเทเล | unknown mm |
| ขนาดวิดีโอใหญ่สุด | unknown Pixels |
| ระบบโฟกัสอัตโนมัติ | Yes |
| บันทึกเสียง | Yes |
| ระบบแมนวลโฟกัส | No |
| ช่องมองภายออพติคอล | Yes |
| ระยะโฟกัส | unknown cm |
| ช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ | No |
| ระยะมาโครโฟกัส | cm |
| จอแอลซีดี | Yes |
| ความไวแสง | 100, 200, 400 |
| ขนาดจอแอลซีดี | 1.5-inch |
| โหมด Aperture priority | Yes |
| ความละเอียดจอแอลซีดี | unknown Pixels |
| รูรับแสงช่วงไวด์ | f2.6 - f4.9 |
| ตั้งเวลาถ่ายภาพ | Yes |
| รูรับแสงช่วงเทเล | unknown - unknown |
| USB | USB 1.1 |
| โหมด Shutter priority | No |
| ช่องต่อวิดีโอ | No |
| ความเร็วชัตเตอร์ | 2 - 1/1500 |
| Firewire | No |
| ระบบวัดแสง | Centre weighted, Spot |
| Bluetooth | No |
| รองรับไฟล์ | JPEG |
| น้ำหนัก | 289g. |
| สื่อบันทึก | MultiMedia, Secure Digital |
| ขนาด | 71x46x104 mm |
| สมดุลสีขาว | Auto, Daylight, Fluorescent, Incandescent, Sunny |
| แบตเตอรี่ | 2x AA |
อุทยานแห่งชาติเทือกเขาบูโด สุไหงปาดี อำเภอบาเจาะ จ.นราธิวาส สมัยก่อนเทือกเขาบูโด-สุไหงปาดี เป็นส่วนหนึ่งของทิวเขาสันกาลาคีรีที่แบ่งเขตแดนไทย-มาเลเซีย เคยเป็นที่ซ่องสุมของผู้ก่อการร้าย จึงไม่ค่อยมีผู้ใดเข้ามาสัมผัสความมหัศจรรย์ของผืนป่าดงดิบแห่งนี้ เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง ในปี พ.ศ. 2517 กรมป่าไม้จึงจัดตั้งวนอุทยานน้ำตกปาโจ และกลายมาเป็นอุทยานแห่งชาติบูโด-สุไหงปาดี ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 294 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของนราธิวาส ยะลา และปัตตานีเทือกเขาบูโดนี้จัดเป็นส่วนหนึ่งของป่าดิบร้อนแบบอินโด-มาลายัน ป่าดิบชื้นเขตร้อนซึ่งมีความชื้นสูงเพราะมีน้ำฝนตกตลอดปี และเป็นป่าที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุด เมื่อเทียบกับป่าประเภทอื่นในพื้นที่เท่าๆ กัน ป่าเขตร้อนนี้จะพบเฉพาะแนวเส้นศูนย์สูตร คือ พื้นที่ระหว่างเส้นทรอปิคออฟแคนเซอร์ที่ 23 [1/2] องศาเหนือและใต้ ในประเทศไทยจะอยู่ในช่วงคอคอดกระจังหวัดระนองลงไป นักพฤกษศาสตร์แบ่งป่าเขตร้อนทั่วโลกออกเป็นสามเขตใหญ่ คือ ป่าฝนเขตร้อนทวีปอเมริกา ป่าฝนเขตร้อนแถบอินโด-มาลายัน และป่าเขตร้อนแถบทวีปแอฟริกา พันธุ์ไม้เด่นของที่นี่คือ ใบไม้สีทอง หรือ ย่านดาโอ๊ะ เมื่อปี พ.ศ. 2531 พันธุ์ไม้ชนิดนี้ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในโลกที่นี่ ใบไม้สีทองเป็นไม้เลื้อย มีลักษณะใบคล้ายใบชงโคหรือใบเสี้ยว แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก บางใบใหญ่กว่าฝ่ามือเสียอีก มีขอบหยักเว้าเข้าทั้งที่โคนใบ และปลายใบ ลักษณะคล้ายวงรีสองอันอยู่ติดกัน ทุกส่วนของใบจะปกคลุมด้วยขนกำมะหยี่เนียนนุ่ม มีสีทองหรือสีทองแดงเหลือบรุ้งเป็นประกายงดงามยามต้องแสงอาทิตย์ สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล หากขึ้นในที่ที่มีความชื้นสูงลักษณะของใบจะยิ่งนุ่มหนาตามไปด้วย เมื่อใบใหญ่เต็มที่ จึงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีบรอนซ์เงิน หรือเขียวในที่สุด ช่อดอกสีขาวของย่านดาโอ๊ะก็เตะตาไม่แพ้กัน ใกล้ๆ สำนักงานอุทยานฯ ก็มีอยู่ต้นหนึ่งให้ชื่นชม และยังมีพันธุ์ไม้ที่สำคัญ หายาก มีราคาแพง และกำลังจะสูญพันธุ์ คือ หวายตะค้าทองสัตว์ป่าหายากที่เคยพบในบริเวณนี้คือ แรด ชะนีมือดำ สมเสร็จ และเลียงผา และที่สำคัญ คือ ค่างแว่นถิ่นใต้ มีถิ่นอาศัยอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทางตอนใต้ของพม่า ภาคใต้ของประเทศไทย ไปจนถึงมาเลเซียและหมู่เกาะใกล้เคียง มักอาศัยอยู่ตามภูเขาสูงชันและป่าดงดิบ อยู่รวมกันเป็นฝูงประมาณ 30-40 ตัว มีตัวผู้ที่แข็งแรงที่สุดเป็นจ่าฝูง ปกตินิสัยขี้อาย กลัวคน ไม่ก้าวร้าวดังเช่นลิง (นอกจากค่างแว่นถิ่นใต้แล้ว ในประเทศไทยยังพบค่างอีกสามชนิด ได้แก่ ค่างดำ ค่างหงอก และค่างแว่นถิ่นเหนือ ในปัจจุบันค่างทั้งสี่ชนิดถูกจัดให้เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีสถานภาพถูกคุกคาม) ในอุทยานฯมีน้ำตกอยู่หลายแห่ง เช่น น้ำตกภูแว น้ำตกปาโจ และน้ำตกปากอ แต่ที่รู้จักกันทั่วไป นักท่องเที่ยวเข้าถึงได้สะดวก คือ น้ำตกปาโจ เป็นน้ำตกที่มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงกว้าง คำว่า ปาโจ เป็นภาษามลายูท้องถิ่นมีความหมายว่า น้ำตก ที่น้ำตกปาโจนี้มีทางขึ้นไปสู่ต้นน้ำเป็นชั้นๆ รวม 9 ชั้น นับว่าเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดและสวยงามแห่งหนึ่งของภาคใต้ แต่เนื่องจากสภาพป่าโดยรอบไม่สมบูรณ์นัก ในหน้าแล้งน้ำจึงค่อนข้างน้อย นอกจากน้ำตกยังมีสถานที่น่าสนใจอื่นๆ ได้แก่ ศาลาธารทัศน์ ซึ่งเคยเป็นพลับพลาที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในคราวเสด็จประพาสจังหวัดนราธิวาส และยังมีก้อนหินสลักพระปรมาภิไธยตั้งอยู่ในบริเวณน้ำตกปาโจด้วย ฤดูท่องเที่ยวที่นี่ตลอดทั้งปีการเดินทาง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดนราธิวาส 26 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 42 ไปยังอำเภอบาเจาะถึงบริเวณสี่แยกเข้าตัวอำเภอ ให้เลี้ยวเข้าไปตามถนนอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ