กล้องดิจิตอล Kodak EasyShare Z710 เป็นกล้องดิจิตอลที่มีความละเอียดถึง 7.1 ล้านพิกเซล ทำให้ถ่ายภาพที่มีขนาดตั้งแต่ 1600x1200 พิกเซลไปจนถึง 3072x2304 พิกเซล คุณจึงสามารถพิมพ์ภาพถ่ายที่ประทับใจของคุณได้อย่างคมชัดมากที่สุด กล้องดิจิตอล Kodak Z710 มาพร้อมกับเลนส์กล้องขนาด 38-380 มม. สามารถซูมเลนส์ระยะไกลได้สูงสุดถึง 10 เท่า มีระยะโฟกัสภาพตั้งแต่ 12-60 ซม. ช่วยให้คุณไม่พลาดการจับภาพทุกช่วงเวลา ส่วนในเรื่องของการถ่ายภาพ Kodak Z710 มีโหมดการวัดแสงต่างๆ ให้เลือกใช้มากมายสำหรับแต่ละสถานการณ์ เช่น Centre weighted, Multi-pattern, Spot เป็นต้น และยังปรับสมดุลแสงสีขาวได้หลายรูปแบบ เช่น Auto, Daylight, Fluorescent, Incandescent, Manual, Shadow เป็นต้น สำหรับส่วนประกอบต่างๆ ภายนอกของ Kodak EasyShare Z710 นั้นก็ค่อนข้างน่าสนใจ LCD ขนาด 2-inch ความละเอียดจอแอลซีดี 201,000 Pixels สามารถใช้แบตเตอรี่สำหรับกล้องดิจิตอลที่เป็น 2x AA ได้ น้ำหนักของตัวกล้องดิจิตอล Kodak Z710 นั้น มีน้ำหนักประมาณ 285g.
| ความละเอียด | 7.10 Mpixel |
| ถ่ายต่อเนื่อง | 1.7 fps |
| ขนาดภาพสูงสุด | 3072x2304 |
| แฟลชภายใน | Yes |
| ขนาดภาพเล็กสุด | 1600x1200 |
| แฟลชภายนอก | No |
| ขนาดเซ็นเซอร์ | 1/2.5-inch |
| ชนิดแฟลชภายนอก | n/a |
| ชนิดเซนเซอร์ | CCD |
| Flash Mode | anti red-eye, auto, fill in, off, slow flash |
| ตัวคูณโฟกัส | n/a |
| ชดเชยแสง | -2EV - +2EV with 1/3EV steps |
| ซูมเลนส์ | 10X |
| ถ่ายวิดีโอ | Yes |
| ซูมดิจิตอล | Yes |
| ถ่ายวิดีโอพร้อมเสียง | Yes |
| ระยะไวด์ | 38 mm |
| ขนาดวิดีโอเล็กสุด | 320x240 Pixels |
| ระยะเทเล | 380 mm |
| ขนาดวิดีโอใหญ่สุด | 640x480 Pixels |
| ระบบโฟกัสอัตโนมัติ | Yes |
| บันทึกเสียง | Yes |
| ระบบแมนวลโฟกัส | No |
| ช่องมองภายออพติคอล | No |
| ระยะโฟกัส | 60 cm |
| ช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ | Yes |
| ระยะมาโครโฟกัส | 12 cm |
| จอแอลซีดี | Yes |
| ความไวแสง | auto, 64, 100, 200, 400, 800 |
| ขนาดจอแอลซีดี | 2-inch |
| โหมด Aperture priority | Yes |
| ความละเอียดจอแอลซีดี | 201,000 Pixels |
| รูรับแสงช่วงไวด์ | f2.8 - unknown |
| ตั้งเวลาถ่ายภาพ | Yes |
| รูรับแสงช่วงเทเล | f3.7 - unknown |
| USB | USB 2.0 |
| โหมด Shutter priority | Yes |
| ช่องต่อวิดีโอ | Yes |
| ความเร็วชัตเตอร์ | 8 - 1/1000 |
| Firewire | No |
| ระบบวัดแสง | Centre weighted, Multi-pattern, Spot |
| Bluetooth | No |
| รองรับไฟล์ | JPEG |
| น้ำหนัก | 285g. |
| สื่อบันทึก | Secure Digital |
| ขนาด | 97.8x77.5x72.6 mm |
| สมดุลสีขาว | Auto, Daylight, Fluorescent, Incandescent, Manual, Shadow |
| แบตเตอรี่ | 2x AA |
แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท อำเภอโนนสูง จ.นครราชสีมา ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านปราสาทใต้ ตำบลธารปราสาท จากตัวเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (นครราชสีมา-ขอนแก่น ถึงกิโลเมตรที่ 44 มีทางแยกซ้ายเข้าไปอีก 1 กิโลเมตร หากเดินทางโดยรถประจำทางจากกรุงเทพฯหรือนครราชสีมา ให้นั่งรถสายที่จะไป ขอนแก่น อุดรธานี หนองคาย หรือ กาฬสินธุ์ ลงรถที่กม.44 แล้วต่อรถจักรยานยนต์รับจ้างจากปากทางเข้าหมู่บ้านบ้านปราสาทนับเป็นแหล่งโบราณคดีแห่งที่สองต่อจากบ้านเชียง ที่ได้จัดทำในลักษณะพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง จากหลักฐานที่ค้นพบสันนิษฐานว่า มีชุมชนอาศัยอยู่ในบริเวณนี้มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยประวัติศาสตร์ มีหลักฐานของกลุ่มวัฒนธรรมแบบทวารวดีและแบบเขมรโบราณ ช่วงระหว่าง 1,500-3,000 ปีมาแล้ว หลุมขุดค้นที่ตกแต่งและเปิดให้ชม มีทั้งหมด 3 แห่ง คือหลุมขุดค้นที่ 1 มีโครงกระดูกฝังอยู่ในชั้นดินแต่ละสมัย แต่ละยุคมีลักษณะการฝังที่ต่างกันไป ยุค 3,000 ปี อยู่ในชั้นดินระดับล่างสุดลึก 5.5 เมตร โครงกระดูกจะหันหัวไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ยุค 2,500 ปี หันหัวไปทางทิศตะวันออก ยุค 2,000 ปีหันหัวไปทางทิศใต้ แต่คติในการฝังจะคล้ายกันคือจะนำเครื่องประดับ เช่น กำไลเปลือกหอย ลูกปัด แหวนสำริด กำไลสำริด เครื่องประดับศีรษะทำด้วยสำริดและภาชนะของผู้ตายฝังร่วมไปด้วยกับผู้ตาย ในช่วงสามระยะแรกนี้เป็นภาชนะดินเผาเคลือบน้ำดินสีแดง แบบลายเชือกทาบ ลักษณะหลักของภาชนะเป็นแบบคอแคบปากบาน แต่บางใบมีทรงสูงเหมือนคนโท บางชิ้นมีลักษณะเป็นทรงกลมสั้น ต่อมาในยุค 1,500ปี นั้นลักษณะภาชนะจะเปลี่ยนเป็นแบบพิมายดำ คือ มีสีดำ ผิวขัดมัน เนื้อหยาบบางหลุมขุดค้นที่ 2 ในดินชั้นบนพบร่องรอยของศาสนสถานในพุทธศตวรรษที่ 13-16 เรียกกันว่า กู่ธารปราสาท และพบเศียรพระพุทธรูปในสมัยเดียวกัน ศิลปะทวารวดีแบบท้องถิ่น นอกจากนี้ยังพบรูปปั้นดินเผาผู้หญิงครึ่งตัวเอามือกุมท้องลักษณะคล้ายตั้งครรภ์ และชิ้นส่วนลายปูนปั้นประดับปราสาทหลุมขุดค้นที่ 3 พบโครงกระดูกในชั้นดินที่ 5.5 เมตร เป็นผู้หญิงทั้งหมด เป็นที่น่าสังเกตว่ากระดูกทุกโครงในหลุมนี้ไม่มีศีรษะ และภาชนะนั้นถูกทุบให้แตกก่อนที่จะนำลงไปฝังด้วยกัน นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าเป็นโครงกระดูกของผู้หญิงที่ถูกประหารชีวิตและนำศีรษะไปแห่ประจาน และได้พบส่วนกะโหลกอยู่รวมกันในอีกที่หนึ่ง ซึ่งห่างจากจุดเดิมเพียง 500 เมตร ชาวบ้านปราสาทจะร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลในวันที่ 21 เมษายน ของทุกปี