กล้องดิจิตอล Nikon L3

Your votes: 5.1/10 (23 Votes)

Nikon Coolpix L3

กล้องดิจิตอล Nikon Coolpix L3 เป็นกล้องดิจิตอลที่มีความละเอียดถึง 5.25 ล้านพิกเซล ทำให้ถ่ายภาพที่มีขนาดตั้งแต่ 640x480 พิกเซลไปจนถึง 2592x1944 พิกเซล คุณจึงสามารถพิมพ์ภาพถ่ายที่ประทับใจของคุณได้อย่างคมชัดมากที่สุด กล้องดิจิตอล Nikon L3 มาพร้อมกับเลนส์กล้องขนาด 38-116 มม. สามารถซูมเลนส์ระยะไกลได้สูงสุดถึง 3.1 เท่า มีระยะโฟกัสภาพตั้งแต่ 10-30 ซม. ช่วยให้คุณไม่พลาดการจับภาพทุกช่วงเวลา ส่วนในเรื่องของการถ่ายภาพ Nikon L3 มีโหมดการวัดแสงต่างๆ ให้เลือกใช้มากมายสำหรับแต่ละสถานการณ์ เช่น Centre weighted เป็นต้น และยังปรับสมดุลแสงสีขาวได้หลายรูปแบบ เช่น Auto, Cloudy, Daylight, Flash, Fluorescent, Incandescent, Manual เป็นต้น สำหรับส่วนประกอบต่างๆ ภายนอกของ Nikon Coolpix L3 นั้นก็ค่อนข้างน่าสนใจ LCD ขนาด 2-inch ความละเอียดจอแอลซีดี 86,000 Pixels สามารถใช้แบตเตอรี่สำหรับกล้องดิจิตอลที่เป็น 2x AA ได้ น้ำหนักของตัวกล้องดิจิตอล Nikon L3 นั้น มีน้ำหนักประมาณ 120g.

ราคาท้องตลาด : 0 บาท. (สำรวจเมื่อ 1 Jan 1970)
ราคาศูนย์ : 0 บาท. (สำรวจเมื่อ 1 Jan 1970)

แนวโน้มความนิยม

ตัวอย่างรูปภาพที่ถ่ายจากกล้องนี้

ดูรูปภาพทั้งหมด >>>

สเปกกล้องดิจิตอล

ความละเอียด 5.25 Mpixel
ถ่ายต่อเนื่อง unknown fps
ขนาดภาพสูงสุด 2592x1944
แฟลชภายใน Yes
ขนาดภาพเล็กสุด 640x480
แฟลชภายนอก No
ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.5-inch
ชนิดแฟลชภายนอก n/a
ชนิดเซนเซอร์ CCD
Flash Mode anti red-eye, auto, fill in, off, slow flash
ตัวคูณโฟกัส n/a
ชดเชยแสง -2EV - +2EV with 1/3EV steps
ซูมเลนส์ 3.1X
ถ่ายวิดีโอ Yes
ซูมดิจิตอล Yes
ถ่ายวิดีโอพร้อมเสียง Yes
ระยะไวด์ 38 mm
ขนาดวิดีโอเล็กสุด 160x120 Pixels
ระยะเทเล 116 mm
ขนาดวิดีโอใหญ่สุด 640x480 Pixels
ระบบโฟกัสอัตโนมัติ Yes
บันทึกเสียง Yes
ระบบแมนวลโฟกัส No
ช่องมองภายออพติคอล No
ระยะโฟกัส 30 cm
ช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ No
ระยะมาโครโฟกัส 10 cm
จอแอลซีดี Yes
ความไวแสง auto
ขนาดจอแอลซีดี 2-inch
โหมด Aperture priority No
ความละเอียดจอแอลซีดี 86,000 Pixels
รูรับแสงช่วงไวด์ f3.2 - unknown
ตั้งเวลาถ่ายภาพ Yes
รูรับแสงช่วงเทเล f5.3 - unknown
USB 0
โหมด Shutter priority No
ช่องต่อวิดีโอ Yes
ความเร็วชัตเตอร์ unknown - unknown
Firewire No
ระบบวัดแสง Centre weighted
Bluetooth No
รองรับไฟล์ JPEG
น้ำหนัก 120g.
สื่อบันทึก Secure Digital
ขนาด 91x60.5x26 mm
สมดุลสีขาว Auto, Cloudy, Daylight, Flash, Fluorescent, Incandescent, Manual
แบตเตอรี่ 2x AA

ค้นหากล้องดิจิตอล

Acer Benq Canon Casio Fuji HP Kodak Leica Minox Nikon Olympus Panasonic Pentax Ricoh Rollei Samsung Sanyo Sony

กล้องดิจิตอลใกล้เคียง

Samsung Digimax L50
กล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เลนส์ไวด์ 38 ม.ม. เลนส์เทเล 114 ม.ม. จอ LCD ขนาด 2.5-inch ใช้การ์ด MultiMedia, Secure Digital ใช้แบตเตอรี่ Li-Ion หนัก 120g.
Casio EXILIM EX-Z5
กล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เลนส์ไวด์ 38 ม.ม. เลนส์เทเล 114 ม.ม. จอ LCD ขนาด 2.5-inch ใช้การ์ด MultiMedia, Secure Digital ใช้แบตเตอรี่ Li-Ion หนัก 118g.
Fuji FinePix F460
กล้องดิจิตอลความละเอียด 5.1 ล้านพิกเซล เลนส์ไวด์ 35 ม.ม. เลนส์เทเล 105 ม.ม. จอ LCD ขนาด 2.5-inch ใช้การ์ด xD Picture card ใช้แบตเตอรี่ Li-Ion หนัก 122g.
Rollei da10
กล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เลนส์ไวด์ 40 ม.ม. เลนส์เทเล 110 ม.ม. จอ LCD ขนาด 2.5 ใช้การ์ด Secure Digital ใช้แบตเตอรี่ 2x AA หนัก 125g.
Kodak EasyShare C643
กล้องดิจิตอลความละเอียด 6.1 ล้านพิกเซล เลนส์ไวด์ 36 ม.ม. เลนส์เทเล 108 ม.ม. จอ LCD ขนาด 2.4-inch ใช้การ์ด Secure Digital ใช้แบตเตอรี่ 2x AA หนัก 145g.
Canon Digital IXUS i Zoom
กล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เลนส์ไวด์ 38 ม.ม. เลนส์เทเล 90 ม.ม. จอ LCD ขนาด 1.8-inch ใช้การ์ด MultiMedia, Secure Digital ใช้แบตเตอรี่ Li-Ion หนัก 105g.
Sanyo Xacti S650
กล้องดิจิตอลความละเอียด 6 ล้านพิกเซล เลนส์ไวด์ 35 ม.ม. เลนส์เทเล 106 ม.ม. จอ LCD ขนาด 2.4-inch ใช้การ์ด SDHC, Secure Digital ใช้แบตเตอรี่ Li-Ion หนัก 122g.
Nikon Coolpix L6
กล้องดิจิตอลความละเอียด 6 ล้านพิกเซล เลนส์ไวด์ 38 ม.ม. เลนส์เทเล 116 ม.ม. จอ LCD ขนาด 2.5-inch ใช้การ์ด Secure Digital ใช้แบตเตอรี่ 2x AA หนัก 125g.
Fuji FinePix F470
กล้องดิจิตอลความละเอียด 6 ล้านพิกเซล เลนส์ไวด์ 35 ม.ม. เลนส์เทเล 105 ม.ม. จอ LCD ขนาด 2.5-inch ใช้การ์ด xD Picture card ใช้แบตเตอรี่ Li-Ion หนัก 122g.
Kodak EasyShare C743
กล้องดิจิตอลความละเอียด 7.1 ล้านพิกเซล เลนส์ไวด์ 37 ม.ม. เลนส์เทเล 111 ม.ม. จอ LCD ขนาด 2.4-inch ใช้การ์ด Secure Digital ใช้แบตเตอรี่ 2x AA หนัก 145g.

ช่างกล้องพาเที่ยว - อุทยานแห่งชาติตะรุเตา อำเภอเมือง จ.สตูล

อุทยานแห่งชาติตะรุเตา อำเภอเมือง จ.สตูล เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย มีชื่อเสียงทางด้านประวัติศาสตร์ และความสวยงามของธรรมชาติ ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน ห่างจากตัวเมืองสตูลประมาณ 40 กิโลเมตร และห่างจากฝั่งที่ท่าเรือปากบารา 22 กิโลเมตร มีอาณาเขตทิศเหนือจดอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ทิศใต้จดทะเลที่เป็นแนวพรมแดนระหว่างประเทศไทยและสหพันธรัฐมาเลเซีย มีพื้นที่ทั้งเกาะและทะเลรวมกันประมาณ 1,490 ตารางกิโลเมตร ประกอบไปด้วยหมู่เกาะใหญ่น้อย จำนวน 51 เกาะ มีเกาะขนาดใหญ่ 7 เกาะ ได้แก่ เกาะตะรุเตา เกาะอาดัง เกาะราวี เกาะหลีเป๊ะ เกาะกลาง เกาะบาตวง และเกาะบิสสี แบ่งออกเป็น 2 หมู่เกาะใหญ่ คือ หมู่เกาะตะรุเตา และหมู่เกาะอาดัง-ราวี ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2517 และ ได้รับยกย่องจากองค์การยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2525 ให้เป็นมรดกแห่งอาเซียน (ASEAN Heritage Parks and Reserves) ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวอยู่ระหว่างเดือนพฤศจิกายน – เมษายน สถานที่ท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา เกาะตะรุเตา นับเป็นเกาะใหญ่ที่สุดของอุทยาน มีพื้นที่ 152 ตารางกิโลเมตร สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาที่มีสภาพเป็นป่าดิบชื้นซึ่งยังมีพรรณไม้และสัตว์ป่าที่น่าสนใจจำนวน ไม่น้อย และมีพื้นที่ส่วนหนึ่งเป็นป่าชายเลน นอกจากนี้ยังมีอ่าวน้อยใหญ่ที่มีชายหาดสวยงามอยู่หลายแห่ง และในท้องทะเลของเกาะตะรุเตายังมีพันธุ์ปลามากมายหลายชนิดรวมทั้งเต่าทะเลที่ใกล้สูญพันธุ์ 4 ชนิด คำว่า “ตะรุเตา” นี้ เพี้ยนมาจาก คำว่า “ตะโละเตรา” ในภาษามลายูแปลว่า มีอ่าวมาก นอกจากสภาพธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์แล้ว เกาะตะรุเตายังมีประวัติศาสตร์ที่น่าจดจำ โดยในปี พ.ศ. 2479 รัฐบาลมีนโยบายให้กรมราชทัณฑ์จัดหาสถานที่เพื่อจัดตั้งนิคมฝึกอาชีพ และเป็นสถานที่กักกัน นักโทษ เกาะตะรุเตาซึ่งอยู่ห่างไกลจากฝั่ง เต็มไปด้วยปัจจัยทางธรรมชาติที่เป็นอุปสรรคต่อการหลบหนี ก็ได้ถูกกำหนดให้เป็นสถานที่จัดตั้งนิคมดังกล่าว มีการจัดสร้างอาคารที่ทำการ บ้านพักของผู้คุม เรือนนอนนักโทษ และโรงฝึกอาชีพขึ้นที่อ่าวตะโละวาว และอ่าวตะโละอุดัง ในปี พ.ศ.2481 นักโทษชุดแรกจำนวน 500 คนก็ได้เดินทางมายังตะรุเตา และทยอยเข้ามาอีกเรื่อยๆ จนกระทั่งในช่วงปี พ.ศ.2482 รัฐบาลได้ส่งนักโทษการเมือง 70 คน ซึ่งเป็นกลุ่มนักโทษจากเหตุการณ์กบฏบวรเดชและกบฏนายสิบ มากักบริเวณอยู่ที่อ่าวตะโละอุดังในปี พ.ศ.2484 สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่อุบัติขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อนิคมฝึกอาชีพตะรุเตา เนื่องจากเกิดภาวะขาดแคลนอาหาร และยารักษาโรค นักโทษเจ็บป่วยล้มตายลงเป็นจำนวนมาก ผู้คุมและนักโทษจำนวนหนึ่งจึงได้ออกปล้นสะดมเรือสินค้าที่ผ่านไปมาในน่านน้ำบริเวณช่องแคบมะละกา จนทำให้เรือสินค้าไม่กล้าล่องเรือผ่านมาในบริเวณนั้น ในปี พ.ศ.2489 รัฐบาลอังกฤษซึ่งปกครองมลายูอยู่ในขณะนั้นได้ขออนุญาตจากรัฐบาลไทยในการส่งกองกำลังเข้าปราบปรามโจรสลัดตะรุเตาจนสำเร็จ ต่อมากรมราชทัณฑ์ได้ประกาศยกเลิกนิคมฝึกอาชีพตะรุเตา และหลังจากนั้นเกาะตะรุเตาก็ถูกทิ้งร้างเป็นเวลา 26 ปี จนกระทั่งวันที่ 19 เมษายน พ.ศ.2517 กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติตะรุเตาขึ้น โดยนับเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของประเทศไทย สถานที่น่าสนใจบนเกาะตะรุเตาอ่าวพันเตมะละกา มีชายหาดยาวขาวสะอาด เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตา และศูนย์บริการนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนหนึ่งจัดเป็นนิทรรศการแสดงเรื่องของธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของเกาะตะรุเตา อ่าวพันเตมะละกายังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงาม และจากอ่าวพันเตมะละกา ยังสามารถเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวผาโต๊ะบู ได้อีกด้วยอ่าวจาก เป็นอ่าวเล็กๆติดต่อกับอ่าวพันเตมะละกาอ่าวเมาะและ มีหาดทรายขาวสะอาด และดงมะพร้าวสวยงามอ่าวสน ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 8 กิโลเมตร เป็นอ่าวรูปโค้งที่มีหาดทรายสลับกับหาดหิน และเป็นที่วางไข่ของเต่าทะเลอ่าวตะโละวาว อยู่ทิศตะวันออกของเกาะ เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ ตต.1 (ตะโละวาว) พื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้เคยเป็นสถานที่ตั้งนิคมฝึกอาชีพสำหรับนักโทษกักกันและนักโทษอุกฉกรรจ์ ปัจจุบัน ทางอุทยานฯได้จำลองอาคารสถานที่ที่เคยอยู่ในนิคมฝึกอาชีพ เช่น บ้านพักของผู้คุม เรือนนอนของนักโทษ โรงฝึกอาชีพ ไว้ในบริเวณดังกล่าวอ่าวตะโละอุดัง อยู่ทางทิศใต้ของเกาะ ห่างจากเกาะลังกาวี 8 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯที่ ตต.2 (ตะโละอุดัง) อดีตเป็นที่กักกันนักโทษการเมือง ซึ่งเป็นกลุ่มนักโทษจากเหตุการณ์กบฏบวรเดช และกบฏนายสิบน้ำตกลูดู เป็นน้ำตกขนาดเล็กที่มีความสวยงาม อยู่ห่างจากอ่าวสนประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งจาก บริเวณอ่าวสนมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติไปยังน้ำตกลูดูถ้ำจระเข้ เป็นถ้ำที่มีความลึกประมาณ 300 เมตร ภายในมีหินงอกหินย้อยสวยงามและมีลักษณะแตกต่างกันไป การเดินทางไปถ้ำจระเข้ต้องนั่งเรือหางยาวไปตามคลองพันเตมะละกา ซึ่งอุดมไปด้วย ป่าชายเลนที่มีไม้โกงกางจำนวนมากตลอดสองฝั่งคลองโดยใช้เวลาล่องเรือประมาณ 15 นาทีและใช้เวลา ชมถ้ำประมาณหนึ่งชั่วโมง ติดต่อได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยานฯ ผู้ที่จะเที่ยวชมภายในตัวถ้ำควรนำไฟฉายไปด้วยจุดชมวิว “ผาโต๊ะบู” สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 60 เมตร อยู่ด้านหลังที่ทำการอุทยานฯ เป็น จุดชมทิวทัศน์ของเกาะบริเวณชายหาด อ่าวพันเตมะละกา จะเห็นเกาะบุโหลน เกาะกลาง เกาะไข่ เกาะอาดัง เกาะราวี หมู่เกาะเภตรา ใช้เวลาเดินขึ้นจุดชมวิวประมาณ 20 นาทีกิจกรรมบนเกาะตะรุเตาเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ จากที่ทำการอุทยานฯ บริเวณอ่าวพันมะละกามีเส้นทางเดินเท้าผ่าน ป่าดงดิบไปอ่าวตะโละวาว ระยะทาง 12 กิโลเมตร สองข้างทางสภาพเป็นป่าดงดิบหนาทึบ ร่มรื่นด้วยไม้ นานาพรรณ มีสัตว์ป่า เช่น หมูป่า กระจง และนกน่าสนใจหลายชนิด โดยเฉพาะนกเงือกที่พบได้บ่อย อีกเส้นทางหนึ่งไปอ่าวจาก อ่าวเมาะและจนถึงอ่าวสน ระยะทาง 8 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จะผ่านป่าดงดิบที่อุดมสมบูรณ์ และยังเหมาะแก่การดูนกเช่นนกเงือก นกแซงแซว เส้นทางล่องเรือรอบเกาะ เพื่อศึกษาธรรมชาติแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยอุทยานฯจะจัดเรือบริการพร้อมเจ้าหน้าที่นำทางชมหาดทรายต่าง ๆ เริ่มจากแวะดูนกที่อ่าวจาก ชมหาดทรายขาวและยาวที่สุดบนเกาะตะรุเตาที่อ่าวสน ศึกษาร่องรอยประวัติศาสตร์ที่อ่าวตะโละอุดัง ชมธรรมชาติที่อ่าวตะโละวาว แวะดำน้ำและเที่ยวป่าชายเลน ใช้เวลาในการล่องเรือ 1 วัน สนใจติดติดได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบนเกาะ ที่พักอุทยานแห่งชาติตะรุเตาในเขตอุทยานฯ มีบ้านพักไว้บริการนักท่องเที่ยวบนเกาะตะรุเตาและเกาะอาดัง สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช โทร. 0 2562 0760 หรือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติตะรุเตา บริเวณท่าเรือปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล 91110 โทร. 0 7478 3485 หรือ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติตะรุเตาที่ ต.ต.1 (อ่าวพันเตมะละกา) บนเกาะตะรุเตา โทร. 0 7472 9002-3, 0 7471 2425การเดินทางสู่อุทยานแห่งชาติตะรุเตาท่าเรือปากบารา อยู่ห่างจากอำเภอละงูประมาณ 8 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ปากคลองละงู ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู เป็นท่าเรือที่อยู่ใกล้เกาะตะรุเตามากที่สุด ระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร และใกล้ท่าเรือเป็น ที่ตั้งของศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติตะรุเตา บริเวณท่าเรือปากบาราสตูล-ท่าเรือปากบารา จากอำเภอเมือง จังหวัดสตูล สามารถเดินทางไปยังท่าเรือปากบาราได้ดังนี้ รถยนต์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 406 ถึงบ้านฉลุง แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 416(สตูล-ละงู) ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 4052 ซึ่งแยกจาก อ.ละงู ตรงไปสู่ท่าเรือปากบารา รถโดยสาร มีรถแท็กซี่โดยสารสายสตูล-ปากบารา ออกจากตัวเมืองสตูล บริเวณข้างธนาคารกรุงเทพ สาขาสตูล วิ่งบริการวันละหลายเที่ยว นอกจากนี้ยังมีรถสองแถวและรถตู้ วิ่งบริการจากบริเวณ ตัวเมืองด้วย อำเภอหาดใหญ่-ท่าเรือปากบารา จากอำเภอหาดใหญ่ สามารถเดินทางไปยังท่าเรือปากบาราได้ ดังนี้ รถยนต์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 406 ถึงบ้านฉลุง จังหวัดสตูล แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 416 (สตูล-ละงู) ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 4052 ซึ่งแยกจาก อำเภอละงู ตรงไปสู่ท่าเรือปากบารา รถโดยสารประจำทาง รถออกจากสถานีขนส่งหาดใหญ่ตั้งแต่เวลา 06.20-16.20 น. รถจอดบริเวณตรงข้ามหอนาฬิกา ใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมงครึ่ง สอบถามรายละเอียดที่ บริษัท สตูลขนส่ง จำกัด โทร. 0 7424 3797 รถตู้โดยสาร จอดที่ข้างคลีนิคหมอสมโภชน์(ใกล้สถานีรถไฟ) รถจะออกทุกหนึ่งชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 07.00–18.00 น. สอบถามรายละเอียดที่ บริษัท สตูลขนส่ง จำกัด โทร. 0 7424 5655ท่าเรือปากบารา-อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวตะรุเตาราวเดือนพฤศจิกายน-เมษายน มีบริการเรือโดยสารสู่เกาะต่าง ๆ ในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ท่าเรือปากบารา-ตะรุเตา บริการทุกวัน ค่าเรือโดยสารไป-กลับ คนละ 300 บาทเที่ยวไป 10.30 และ 15.00 น. เที่ยวกลับ 09.00 และ 13.00 น.ระยะทางจากท่าเรือ-เกาะต่างๆท่าเรือปากบารา - อ่าวพันเตมะละกา (เกาะตะรุเตา) 22 กิโลเมตร - เกาะอาดัง 80 กิโลเมตร - เกาะหลีเป๊ะ 82 กิโลเมตรเกาะตะรุเตา - หมู่เกาะอาดัง-ราวี 40 กิโลเมตร - เกาะหลีเป๊ะ 40 กิโลเมตร - เกาะไข่ 14.5 กิโลเมตรเกาะอาดัง - เกาะหลีเป๊ะ 2 กิโลเมตร - เกาะหินงาม 2.5 กิโลเมตร - เกาะไข่ 17 กิโลเมตรเกาะไข่ เกาะไข่อยู่ห่างจากเกาะตะรุเตาไปทางทิศตะวันตก ใช้เวลาเดินทางจากเกาะตะรุเตาประมาณ 40 นาที สิ่งที่มีชื่อเสียงบนเกาะไข่ ได้แก่ ซุ้มประตูหินธรรมชาติ เป็นสัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ทะเลรอบๆ เกาะไข่มีแนวปะการังอยู่โดยทั่วไป ทางอุทยานฯ ไม่อนุญาตให้ค้างแรมบนเกาะเรือโดยสารจากเกาะตะรุเตาไปยังเกาะหลีเป๊ะ มักจะวิ่งผ่านเกาะไข่ซึ่งอยู่ระหว่างทาง สำหรับผู้สนใจดำน้ำบริเวณหมู่เกาะตะรุเตา อาดังราวี หลีเป๊ะ และอื่นๆ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สตูลฮอลิเดย์ โทร.0 7472 2077